วันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เม็ดบัว

นานาประโยนช์จากบัว


ส่วนต่าง ๆ ของบัวนั้น สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เป็นทั้งยาและอาหารได้อย่างดี โดยจำแนกได้ดังนี้


  • ดอกบัว ถือเป็นดอกไม้ที่สวยงาม ประชาชนหาซื้อไปบูชาพระมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่น เพราะสามารถคงความงามไว้ได้นานกว่าดอกไม้หลายชนิด

  • เม็ดบัว สามารถนำมากินได้ทั้งสดและแห้ง เม็ดบัวมีปริมาณสารอาหารที่สำคัญ คือ โปรตีน ประมาณ 23 % ซึ่งสูงกว่าข้าวถึง 3 เท่า และเป็นแหล่งรวมธาตุ อาหารหลายชนิดด้วยกัน เม็ดบัวนำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวหวาน เช่น สังขยา เม็ดบัว ขนมหม้อแกงเม็ดบัว เม็ดบัวเชื่อม สาคูเม็ดบัว เป็นต้น

  • รากบัว นิยมนำมาเชื่อมแห้งกินเป็นของหวาน หรือนำไปต้มกับน้ำตาลกรวด แก้ร้อนใน ชาวอินเดีย จะให้เด็กดื่มน้ำรากบัว เพื่อระงับอาการท้องร่วง
  • ไหลบัว หรือต้นกล้าบัวสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งสด ทั้งแห้ง โดยมากจะนำมาแกงส้ม แกงเลียง ผัดเผ็ดต่าง ๆ

  • สายบัว สามารถปรุงอาหารแทนผักได้หลายชนิด ทั้งแกงส้มสายบัว แกงสายบัวกับปลาทู ฯลฯ ชาวอินเดีย กินเพื่อแก้อาการท้องร่วง
  • ใบบัว นิยมนำมาห่อข้าว ห่อของ เช่น ข้าวห่อใบบัว ส่วนใบอ่อนสามารถนำมากินเป็นผักสดแกล้มน้ำพริก หรือนำมาหั่นฝอย ๆ ชงดื่มแทนน้ำชา ช่วยแก้ร้อนในกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี
  • เกสรบัว ส่วนของเกสรสีเหลือง สามารถใช้เข้าเครื่องยาทั้งไทยและจีน โดยเฉพาะยาลม ยาหอม ยาบำรุงหัวใจ และยาขับปัสสาวะ


  • ดีบัวเป็นส่วนของต้นอ่อนที่อยู่ภายในเม็ดบัว มีรสขมจัด สามารถนำมาเป็นส่วนผสมของยาโบราณ มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้

เม็ดบัวป๊อยป้อ



  • สรรพคุณ
    บำรุงและปรับอวัยวะภายในทั้งห้า เสริมสุขภาพให้แข็งแรง
  • ส่วนผสม


1.ลูกแปะก๊วย เกาลัดสุก ส้มตากแห้ง พุทราน้ำผึ้ง ผลส้มแกะเป็นกลีบ กล้วยหอม แอปเปิ้ล อย่างละ 25 กรัม

2.เม็ดบัวสุก 50 กรัม
3.น้ำตาลทรายขาว 60 กรัม
4.แป้งมัน 2 ช้อนชา

  • วิธีทำ
    1.นำส่วนผสมทั้งหมด (ยกเว้นเม็ดบัว) หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากับเม็ดบัว
    2.ใส่น้ำในหม้อ 2 ถ้วย ใส่เม็ดบัว แปะก๊วย พุทราน้ำผึ้ง ส้ม น้ำตาลทรายขาว ต้ม จนเดือด ผสมแป้งมัน เทลงในหม้อ คนให้เข้ากัน
    3.ใส่เกาลัด แอปเปิ้ล และกล้วยหอมลงไป คนให้ทั่ว เป็นอันเสร็จ

  • วิธีบริโภค
    กินประจำเป็นของหวาน

  • ข้อพึงสังเกต
    เม็ดบัวบำรุงม้ามและหัวใจ ช่วยให้จิตใจสงบ ลำไส้แข็งแรง แปะก๊วยบำรุงไตและปอด บรรเทาอาการหอบ น้ำอสุจิหลั่งเร็ว เกาลัดบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เป็นประโยชน์ต่อไต และตับ ส้มตากแห้งปรับกระเพาะและพลัง แอปเปิ้ลบำรุงม้าม ปรับโจงชี่ กล้วยหอม ขจัดร้อนและหล่อลื่นลำไส้ พุทราน้ำผึ้งบำรุงม้าม เสริมพลัง บำรุงพลังและเลือด "เม็ดบัวป๊อยป้อ" จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ร่างกายอ่อนแอหลังฟื้นไข้ คนไข้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับ เลือดและพลังพร่อง ผู้สูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอ

วันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การนำระบบสำนักงานอัตโนมัติไปใช้งาน

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ ( computer ) มาจากภาษาลาติน หมายถึง เครื่องคำนวณชนิดหนึ่งที่ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถจำข้อมูลและคำสั่งได้ โดยการนำไปเก็บไว้ในหน่วยความจำก่อน หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์จะทำการดึงคำสั่งมาเพื่อนำไปปฏิบัติงาน และจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้


  • คุณสมบัติพิเศษของคอมพิวเตอร์

  • สามารถทำงานได้รวดเร็วได้อย่างรวดเร็ว

  • เก็บหน่วยความจำได้มาก

  • ทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
  • ที่ได้ถูกต้องและแม่นยำ
  • สามารถเปรียบเทียบข้อมูลได้







แนวคิดในการสร้างคอมพิวเตอร์

  1. การรู้จักจดและนับตัวเลขแบบง่ายๆ โดยการใช้นิ้วมือและลูกหินแทนการรับ
  2. การใช้รูปภาพแทนตัวเลขในสมัยอียิป
  3. ใช้ลิ่มเป็นสัญญลักษณ์แทนตัวเลขของชาวบาบิโลเนียน
  4. การเริ่มใช้ตัวเลขของชาวโรมัน
  5. ระบบเลขอาริบิค ที่ใช้จนถึงปัจจุบันการใช้ลูกคิดช่วยในการคิดคำนวณของชาวจีน โดยเริ่มมีมาเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อน และ ลูกคิด นี้เองเป็นจุดเริ่มต้นในการคิดค้นสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้น

การนำคอมพิวเตอร์ไปประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ








  1. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในงานการเงินและบัญชีงานประเภทนี้ต้องใช้ตัวเลขเป็นจำนวนมาก การตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขเป็นสิ่งที่ยุ่งยากมาก การตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขเป็นสิ่งที่ยุ่งยากมากโดยเฉพาะในธุรกิจขนาดใหญ่ การนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ทำให้การทำงานสะดวกขึ้น เช่น การวางระบบคอมพิวเตอร์สำหรับออกแบบใบทวงหนี้การออกใบเสร็จรับเงิน การทำประวัติและบัญชีลูกค้า การทำบัญชีเงินเดือน เป็นต้น
  2. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบงานออกแบบทั่วไป เช่น การออกแบบก่อสร้าง ออกแบบเครื่องยนต์ รถยนต์ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นงานที่ต้องรอบคอบ สิ้นเปลืองแรงงานและเวลา ปัจจุบันได้นำคอมพิวเตอร์มาช่วยออกแบบ เรียกว่า โปรแกรม CAD (Computer Aided Design) เช่น โปรแกรม AUTOCAD และคอมพิวเตอร์ช่วยการผลิตทางอุตสาหกรรมเรียกว่า CAM (Computer Aided Manufacturing) มาอำนวยความสะดวกในการเขียนแบบชิ้นส่วนต่าง ๆ บนจอภาพ ปรับปรุงแก้ไข
  3. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการศึกษาประเทศไทยได้นำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการศึกษาไม่น้อยกว่า 20 ปีมาแล้ว โดยนำมาใช้ในหลายลักษณะ เช่น ในการเรียนการสอนโดยเปิดสอนวิชาของคอมพิวเตอร์และการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์กับวิชาอื่น ๆ นอกจากนี้ยังนำมาช่วยในงานบริหาร เช่น การทำระเบียนประวัติของนักศึกษาช่วยงานทะเบียนและงานแนะแนว การเก็บเงินลงทะเบียนเรียนของงานการเงิน งานวัดผลช่วยตัดเกรดและคิดเกรดเฉลี่ยสะสม งานทำใบ รบ. หรือใบประกาศนียบัตร ฯลฯปัจจุบันได้พัฒนาโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อช่วยสอน ที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หรือ CAI (Computer Aided Instruction) ในวิชาต่าง ๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และแม้กระทั่งวิชาของคอมพิวเตอร์เอง มีภาพเคลื่อนไหวและมีเสียงเสมือนจริง นักเรียนจึงสนใจมากขึ้น ได้สนุกสนานกับการเรียนด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้นักเรียนไม่เบื่อหน่ายในการแสวงหาความรู้อีกต่อไป
  4. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในวงการแพทย์วงการแพทย์ได้ใช้คอมพิวเตอร์ ในการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หัวใจ อวัยวะภายใน โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยวิเคราะห์ผลรังสีเอ็กซ์ที่ผ่านเข้าไปในคนไข้ โดยการแสดงข้อมูลบนจอภาพ เรียกว่า “ เอ็กเรย์โทโมกราฟี “ (X – Ray Tomography) ภาพทีได้เป็นภาพตัดขวางทีละแนว นอกจากนี้ยังนำคอมพิวเตอร์มาช่วยการบริหารงานในโรงพยาบาล เช่น การจองเตียงคนไข้ คุมสต๊อกยา ระเบียนคนไข
  5. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในการคมนาคมและการสื่อสารปัจจุบันการคมนาคมและการสื่อสารไม่ว่าจะเป็นข่าวสารด้านวิทยุ โทรทัศน์ ดาวเทียมต่าง ๆ ใช้คอมพิวเตอร์เข้าควบคุมและจัดการทั้งสิ้น เช่น การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันเหตุการณ
  6. การประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านนันทนาการ เช่น เกมส์คอมพิวเตอร์ทั่วไป ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาเข้าสู่ระบบมัลติมีเดีย ทำให้คอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็นเครื่องเสียง รวมกับโทรทัศน์ รวมกับวิดีโอ และคอมพิวเตอร์อยู่ในเครื่องเดียวกันในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป

วันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

การวางแผนการจัดองค์องค์กร OA


การวางแผนระบบสำนักงานอัตโนมัติ




คือ การศึกษารายละเอียดทั้งหมดของระบบสำนักงานปัจจุบันเพื่อนำไปประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจสำหรับกำหนดทิศทางหรือแนวทางในการปฎิบัติที่เหมาะสม





ความสำคัญของการวางแผนระบบสำนักงานอัตโนมัติ





  • ช่วยกำหนดทิศทางขององค์การให้มีจุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ที่แน่นอนชัดเจน


  • ทำให้การดำเนินงานมีระเบียบแบบแผนและมีระบบ


  • องค์การสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี


  • ผู้บริหารมีการตัดสินใจได้ดีขึ้น


  • ทำให้การวิเคราะห์ปัญหาต่างๆเป็นไปโดยรอบคอบระมัดระวัง


  • ทำให้การประสานงานระหว่างบุคลากรดีขึ้นลดการขัดแย้ง


  • สามารถควบคุม ติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าของระบบงานได้


  • ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ


  • ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และแนวความคิด




คุณสมบัติของการวางแผนที่ดี




  • การครอบคลุมงาน


  • การประมาณ


  • การยอมรับ


  • การนำไปใช้


  • การเปลี่ยนแปลง





องค์ประกอบของการวางแผนระบบสำนักงานอัตโนมัติ


  1. บุคลากรหรือทีมงานวางแผน ประกอบด้วย ผู้บริหาร ผู้ชำนาญการ ผู้ใช้ระบบ และผู้ดำเนินการ



  2. ข้อมูลรายละเอียดประกอบการวางแผน ซึ่งเป็นเอกสาร และวิธีการดำเนินงานในปัจจุบัน



  3. วัตถุประสงค์ของการวางแผน ซึ่งพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้
  • วัตถุประสงค์ของระบบ


  • ขอบเขตของงาน



  • งานที่ต้องดำเนินการ



  • ขั้นตอนการดำเนินการ



  • เวลา กำลังคน และทรัพยากรต่างๆ




วิธีการหรือกระบวนการที่จะทำให้แผนบรรลุวัตถุประสงค์







  • เครื่องมือหรือเทคนิคในการวางแผน




  • ทรัพยากรอื่นๆที่จำเป็น เช่น เงิน เวลา อุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ





ะบบการจัดการกระแสงาน








ระบบการจัดการกระแสงาน คือ ระบบการจัดการอัตโนมัติ สำหรับกระบวนการทางธุรกิจ ในการจัดระบบของกระแสงานมีส่วนช่วยให้เรามีความสามารถในการค้นหาดีขึ้น




หน้าที่ของระบบกระแสงาน




  1. การส่งเอกสารโดยอัตโนมัติ สามารถส่งข้อความ เอกสาร งาน ไปตามเส้นทางต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ ตามที่ได้กำหนดไว้ระหว่างการเขียนแผนภูมิกระแสงาน (workflow diagram) ซึ่งผู้ใช้ระบบจะต้องวิเคราะห์ออกแบบกระบวนการทำงาน และกำหนดรายละเอียดต่างๆ ขององค์ประกอบของระบบการจัดการกระแสงาน



  2. การกำหนดค่าตัวแปร ระบบสามารถกำหนดค่าตัวแปรที่ใช้กำหนดกฎการทำกิจกรรม หรือกฎทางธุรกิจ


  3. การควบคุมกิจกรรม ระบบสามารถกำหนดควบคุมการทำกิจกรรมว่าได้ถูกกระทำ และรับการยืนยันการสำเร็จของงาน โดยอาจให้มีข้อยกเว้นได้สำหรับกรณีฉุกเฉิน



  4. การนำเข้าและส่งออก ระบบควรมีความสามารถในการนำแฟ้มเข้า (import) และส่งแฟ้มออก (export) เพื่อเปิดโอกาสให้มีการติดต่อกันกับระบบงานข้างเคียง



  5. การบันทึกงานแต่ละขั้นตอน ระบบจะช่วยเก็บรายละเอียดของเวลาแต่ละขั้นตอนไว้ทั้งหมด เพื่อนำไปประเมิน พัฒนา และปรับปรุงกระแสงานต่อไป


ความสามารถของระบบกระแสงาน






  1. การมอบหมายงาน ระบบสามารถมอบหมายงานกระจายไปให้ผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม



  2. การจัดตารางเวลา ระบบสามารถจัดตารางเวลางานให้ตามความเร่งด่วน ผู้ใช้ระบบจะถูกกำหนดบทบาท สิทธิ หน้าที่ในการทำงานในกระแสงาน โดยผู้บริหารระบบกระแสงาน (workflow system administrator)



  3. การแสดงรายการงานที่ยังไม่ได้ดำเนินการ


  4. การแสดงสถานภาพของงาน ระบบสามารถจัดทำสถานภาพความก้าวหน้าและตารางแสดงความสัมพันธ์ของงาน ทุกครั้งที่รายการของกิจกรรมได้เริ่มต้นตามกระแสงาน



การจัดการเอกสาร

1. ระบบการจัดการเอกสารที่ใช้ในสำนักงาน ครอบคลุมกระบวนการต่างๆ นับตั้งแต่การผลิต การเผยแพร่ การใช้ การจัดเก็บ การค้นคืนและการกำจัด เพราะเอกสารถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารภายในสำนักงานและองค์การ เอกสารเป็นสื่อที่บรรจุสารสนเทศ เพื่อช่วยให้สำนักงานดำเนินการได้ตามภารกิจที่ได้วางไว้



2. ระบบการผลิตเอกสารแบ่งออกเป็น ระบบประมวลคำ ระบบดีทีพีหรือการพิมพ์ตั้งโต๊ะ และระบบการจัดทำสำเนาเอกสาร และครอบคลุมไม่ว่าเอกสารจะอยู่ในรูปแบบหรือสื่อประเภทใด



3. ระบบจัดเก็บและค้นคืนครอบคลุมระบบที่ช่วยในการจัดเก็บเอกสารที่ใช้ในสำนักงาน เพื่อเอื้อประโยชน์ในการค้นคืน โดยวิเคราะห์เนื้อหาและประเภทของเอกสารเพื่อใช้ในการจำแนกหมวดหมู่ของเอกสาร และกำหนดวิธีการในการค้นคืน



4. เอกสารที่ได้จัดเก็บไว้ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเอกสารได้อย่างรวดเร็ว สะดวกและทันต่อเหตุการณ์



วิวัฒนาการของระบบการผลิตเอกสาร




วิวัฒนาการของระบบการผลิตเอกสารเริ่มจากการใช้เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้า เครื่องประมวลคำ เครื่องถ่ายเอกสาร ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปต่างๆ และระบบสำนักงานอัตโนมัติแบบบูรณาการ อุปกรณ์รับภาพกราฟิกประเภทอื่นๆ









ขั้นตอนและความสำคัญของระบบการผลิตเอกสาร





  1. การจัดเตรียมเอกสาร


  2. การพิจารณาวัตถุประสงค์



  3. การจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์



  4. การควบคุมการผลิตเอกสารและบุคลากรผู้รับผิดชอบ





เทคโนโลยีสำคัญในการจัดทำสำเนาเอกสาร




สามารถแบ่งกระบวนการสำคัญออกเป็น 2 ประเภท คือ




  • กระบวนการถ่ายภาพสำเนา โดยปัจจุบันได้มีวิวัฒนาการเป็นเครื่องถ่ายเอกสารภาพสี และจัดเรียงหน้าเอกสารโดยอัตโนมัติ


  • กระบวนการพิมพ์
    - การพิมพ์ออฟเซต เป็นกระบวนการทำสำเนาโดยเริ่มจากการนำภาพต้นฉบับของเอกสารที่จะจัดทำสำเนาเสียก่อน เมื่อได้ภาพต้นฉบับแล้ว จึงค่อยจัดทำสำเนาจากต้นฉบับ
    - การพิมพ์ตามความต้องการ โดยใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ความเร็วสูง มักนิยมใช้กับการจัดพิมพ์จดหมายเวียน จดหมายประชาสัมพันธ์ลูกค้า
    เป็นการจัดการเอกสารที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะช่วยให้มีการจัดเก็บข้อมูลดีด้วย


บทบาทและการใช้คอมพิวเตอร์ในสำนักงานอัตโนมัติ





  1. ลักษณะงานสำนักงานทั่วไป งานส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสารสนเทศในสำนักงาน อาจจำแนกได้ดังนี้




  • งานรับข้อมูลและสารสนเทศ



  • การเก็บบันทึกข้อมูลและสารสนเทศ



  • การประมวลผลข้อมูล



  • การจัดทำเอกสารธุรกิจ


2. ระบบสำนักงานอัตโนมัติกับการจัดการสารสนเทศ
ระบบคอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งเป็นเครือข่ายในสำนักงานอัตโนมัติจะทำหน้าที่ในการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศระหว่างสถานที่ที่ใช้เป็นสำนักงานต่างๆในเครือข่าย เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำโครงการ และการใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดำเนินงานต่างๆ โดยการเผยแพร่และสื่อสารสารสนเทศไปยังกลุ่มต่างๆเป็นไปโดยสะดวกรวดเร็ว ประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ทันสมัย เป็นปัจจุบัน เหล่านี้ทำให้การดำเนินงานในสำนักงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล




3. เทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลในสำนักงาน



1. การสื่อสารข้อมูล เป็นการนำเทคโนโลยีและวิธีการในการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆ โดยทั่วไปมี 5 ขั้นตอน คือ การสร้างข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ส่ง นำข้อมูลมาสร้างเป็นสัญญาณเพื่อใช้ส่ง ส่งสัญญาณดังกล่าวไปเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ทำการแปลงสัญญาณที่รับ และประมวลผลยังจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้รับ ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาของการสื่อสาร มีดังนี้





  • การพิจารณาอุปกรณ์ต่อพ่วง



  • การเลือกตัวกลางสื่อสารที่เหมาะสม



  • การกำหนดเกณฑ์วิธีในการสื่อสาร


2. เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินเตอร์เน็ตถูกใช้ในการสื่อสารด้วยไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูล โดยมีผู้ให้บริการ และผู้สร้างสื่อเผยแพร่มากขึ้น